ดูแลเด็กด้อยโอกาส ดึงเด็กออกกลางคันทำงานพร้อมเรียนได้ด้วย

ดูแลเด็กด้อยโอกาส ดึงเด็กออกกลางคันทำงานพร้อมเรียนได้ด้วย

กด Like

    qqqq    

         สอศ.ขานรับนโยบายนายกฯ ให้ดูแลเด็กด้อยโอกาส ผู้สูงวัย เตรียมประสานสถานประกอบการดึงเด็กที่ออกกลางคันมาทำงานพร้อมเรียนได้ด้วย ส่วนผู้สูงอายุ เตรียมใช้ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพของวิทยาลัย ฝึกอาชีพให้ผู้สูงอายุ พร้อมเร่งผลิตบุคลากรด้านดูแลผู้สูงวัย

 


นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาแรงงานเข้าร่วม ประชุม พร้อมกำชับให้ดูแลกลุ่มสตรี ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงวัย เป็นพิเศษ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับนโยบายให้ดูแลกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงวัย ในส่วนของผู้ด้อยโอกาสนั้น ที่ประชุมหยิบยกประเด็นเด็กที่เรียนจบม.3 และต้องการทำงานแต่ติดปัญหากฎหมายแรงงานหารือกัน ซึ่ง สอศ.วางแผนไว้ว่าจะประสานกับสถานประกอบการเพื่อดึงเด็กกลุ่มนี้มาทำงานควบ คู่กับการเรียนอาชีวะ ส่วนผู้สูงอายุนั้น สอศ.จะจัดโครงการฝึกอบรมอาชีพ โดยคาดว่า จะใช้ศูนย์อบรมอาชีพในสถานศึกษาของ สอศ.จำนวน 121 ศูนย์ทั่วประเทศซึ่งเปิดอบรมให้บุคคลทั่วไปที่ต้องการเรียนอาชีพมาใช้เป็น สถานที่อบรมด้วย

 


นายชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า ศูนย์ดังกล่าวเป็นโครงการของรัฐบาล ที่ให้วิทยาลัยที่มีศักยภาพโดดเด่นเฉพาะด้าน เปิดอบรมอาชีพแก่ประชาชน เช่น วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่เด่นเรื่องอาหารนานาชาติ ก็เปิดอบรมด้านอาหารเป็นต้น โดยแต่ละหลักสูตรใช้เวลาอบรมไม่น้อยกว่า 75 ชั่วโมงแต่การันตีว่านำไปประกอบอาชีพได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพของสอศ.นั้นจะไม่ซ้ำซ้อนกับการฝึกอบรมอาชีพของสำนักงานส่ง เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เพราะสอศ.มีจุดต่างในเรื่องความพร้อมของเครื่องไม้เครื่องมือในการอบรมอาชีพ เฉพาะด้าน เช่น อาชีพสาขาช่างต่างๆ เป็นต้น

 


“นอกจากการอบรมเพื่อสร้างอาชีพแก่ผู้สูงอายุแล้วนั้น ในส่วนของการดูแลเด็กและผู้สูงอายุนั้น สอศ.พยายามผลิตกำลังคนที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเปิดสอนหลักสูตรการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แต่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากมองว่า อาชีพนี้ไม่มั่นคง ทั้งๆ ที่อาชีพบริการผู้สูงอายุนั้น ในปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก โดยปีการศึกษา 2555 มีสถานศึกษาเปิดสอนทั้งสิ้น 4 แห่ง คือ วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) เชียงราย มีผู้เรียน 17 คน วก.พล 8 คน วิทยาลัยเทคนิค (วท.) เดชอุดม 3 คน และ วท.สุวรรณภูมิ 1 คน ดังนั้น สอศ.จึงเตรียมไปจับมือกับผู้ประกอบการที่ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งนอกจากจะยกระดับฝีมือของผู้เรียนแล้ว ยังเพิ่มคุณวุฒิให้กับผู้ประกอบการได้อีกด้วย” นายชัยพฤกษ์ กล่าว

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)

   : , ,